fbpx

อาร์ เอส – แกรมมี่ มีหนาว เมื่อ Blockchain กำลังจะนำพาอุตสาหกรรมเพลงเข้าสู่ยุคใหม่

Blockchain กำลังจะนำพาอุตสาหกรรมเพลงเข้าสู่ยุคใหม่ที่ผ่านมาปัญหาหลักที่น่าปวดเศียรเวียนเกล้าของวงการเพลงไม่เฉพาะในบ้านเรา แต่ทั่วโลก คือ เรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์  การบริหารจัดการการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์  ความล่าช้าในการจ่ายค่าตอบแทน และค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม ที่ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตงานเพลงได้รับ

การนำเพลงขึ้นไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือดิจิทัล ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ เนื่องจากมีแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เช่น Song Music, Apple Music หรือ Google Play Music ซึ่งไม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลเข้าด้วยกันที่จะทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์เพลง หรือศิลปินจะสามารถได้รับข้อมูลในภาพรวมในห้วงเวลาที่เป็นปัจจุบันได้  นอกจากนี้  บริษัทผู้ผลิต และจัดจำหน่าย เป็นผู้รับค่าตอบแทนส่วนใหญ่ไป ในขณะที่ค่าตอบแทนที่ตกไปถึงมือศิลปินมีสัดส่วนที่น้อยนิด ไม่เป็นธรรม

ท่านทราบหรือไม่ว่า เทคโนโลยีบล็อกเชน  สามารถจะเข้ามาช่วยขจัดปัญหาเหล่านี้ได้ – Smartcontract บนบล็อกเชน สามารถทำให้ศิลปินได้รับค่าตอบแทนภายในเวลาไม่กี่นาทีเมื่อเกิดการซื้อ บล็อกเชน ยังช่วยแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเพลงแต่ละเพลงจะถูกเก็บไว้โดยแยกส่วนบนคลาวด์ และชิ้นส่วนทั้งหมดจะถูกส่งมาประกอบเข้าด้วยกันใหม่เป็นเพลงที่สมบูรณ์เมื่อเกิดการซื้อ นอกจากนั้น เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้การจัดสรรปันส่วนในบรรดาผู้เกี่ยวข้องกับการทำเพลง ไม่ว่าจะเป็น นักแต่งเพลง นักร้อง นักดนตรี โปรดิวเซอร์ ฯลฯ เป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม

สตาร์ทอัพหลายราย ในหลายประเทศได้เข้ามาให้บริการตรงนี้แล้ว อาทิ

  • Ujo (นิวยอร์ค) – ที่ต่อสายตรงให้แฟนเพลงซื้อเพลงจากศิลปินได้ตรงโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง
  • Viberate (ลิธัวเนีย) เป็นแหล่งรวม live music database ที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้ ศิลปินกว่า 300,000 คน ที่อยู่บนแพลตฟอร์มนี้ ล่าสุด The Chainsmokers and Showtek ได้เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มนี้ด้วย
  • Blokur (ออกซฟอร์ด, สหราชอาณาจักร) เป็นแหล่งรวมข้อมูลของบริษัทจัดจำหน่ายเพลงทั่วโลกเพื่อการบริหารจัดการ และจ่ายค่าตอบแทน มีนักแต่งเพลง กว่า 50,000 คน และบริษัทจัดจำหน่ายเพลงกว่า 7,000 บริษัท อยู่บนแพลตฟอร์มนี้
  • Emusic (นิวยอร์ค) เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้บล็อกเชนในการจัดจำหน่ายและบริหารจัดการการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์
  • Voise (ออตตาว่า แคนาดา) เป็นแอ็พที่ใช้ blockchain มี token ของตนเอง  และช่วยอำนวยความสะดวกให้ศิลปินอินดี้ทั้งหลายหารายได้จากผลงานได้

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มอื่น ๆ อีกเช่น Choon, Mycelia, Blockpool ของอังกฤษ, Music Coin ฮ่องกงและจีน, Musiclife สิงคโปร์, Bitsong มอลต้า ฯลฯ ที่หากท่านสนใจไปค้นคว้าเพิ่มเติมได้

และที่น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นอย่างยิ่ง คือการที่ Pitbull  แรพเตอร์ชื่อดังชาวอเมริกัน ได้จัด Smackathon เป็นสนามประลองไอเดียของการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน มาใช้ในวงการเพลงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ คงจะทำให้พอมองเห็นภาพว่า วงการอุตสาหกรรมเพลง จะเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดไหน ที่แน่ ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเพลงทั้งหลายคงจะต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ เป็นแน่ ถ้าหากศิลปินทั้งหลายพากันตื่นจากหลับไหล

https://builtin.com/blockchain/blockchain-music-Innovation-examples

https://coinsutra.com/blockchain-music-industry/

https://smartereum.com/2308/voise-crypto-music-streaming-music-platforms-ethereum-blockchain-artists-will-get-paid-deserve-work/